กรมป่าไม้จัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจของกรมและตามที่กฎหมายกำหนด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยทั่วไปจะขอความยินยอมก่อนจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่กฎหมายยกเว้น เช่น เพื่อการวิจัย เพื่อป้องกันอันตราย เพื่อปฏิบัติตามสัญญา ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
นโยบายระบุประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวซึ่งต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ ได้แก่ เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ (ลายนิ้วมือ/ใบหน้า/ม่านตา)
สิทธิของเจ้าของข้อมูล
สิทธิตามนโยบายนี้ใช้กับเจ้าของข้อมูลที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (หรือผู้เยาว์ที่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) ส่วนผู้เยาว์และผู้ไร้ความสามารถต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง/ผู้พิทักษ์ตามกฎหมาย เจ้าของข้อมูลมีสิทธิดังนี้
- ถอนความยินยอม
- เข้าถึงข้อมูลของตนเอง
- ขอแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
- ขอให้ลบหรือระงับการประมวลผลข้อมูล
- ขอให้โอนย้ายข้อมูล
- คัดค้านการประมวลผลข้อมูล
ระยะเวลาตอบกลับคำขอ และการเก็บรักษา/ลบข้อมูล
กรมป่าไม้ต้องตอบกลับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาไว้เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น และจะถูกลบเมื่อข้อมูลล้าสมัย ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกินความจำเป็นแล้ว เว้นแต่กรณีที่ต้องเก็บไว้เพื่อประโยชน์ด้านการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ ประโยชน์สาธารณะ การวิจัย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย
กรมป่าไม้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การทำลาย การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการแจ้งการใช้งานคุกกี้ (cookies) พร้อมช่องทางให้ผู้ใช้ควบคุมการตั้งค่าคุกกี้ได้
ช่องทางติดต่อ/ร้องเรียน
ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของกรมป่าไม้ตามช่องทางที่ระบุไว้ในหน้านโยบายต้นฉบับ หรือร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โทรศัพท์ 0-2142-1033