ภาคที่ 1 การป่าไม้ไทยยุคแรกเริ่ม ก่อตั้งกรมป่าไม้
- 2430 — สนธิสัญญาบาวริ่ง ห้ามเจ้านายฝ่ายเหนืออนุญาตทำไม้สักในป่าแปลงเดียวกันเกินกว่า 1 ราย
- 2438 — Dr. Cheek ชาวอเมริกันนำการลงทุนทำป่าไม้สักของฝรั่งชาติตะวันตกเข้ามาในประเทศไทย
- 2439 — Mr. H. Slade ที่รัฐบาลว่าจ้างต่อจาก Mr. Castenjold เสนอรายงานให้ป่าไม้สักเป็นสมบัติของแผ่นดิน ส่งคนรุ่นหนุ่มไปเรียนวิชาป่าไม้ในต่างประเทศเพื่อกลับมาบริหารกิจการป่าไม้เอง — วันที่ 18 กันยายน 2439 โปรดเกล้าฯ สถาปนากรมป่าไม้ — วันที่ 16 ตุลาคม 2439 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง Mr. H. Slade เป็นเจ้ากรมป่าไม้คนแรก มีที่ทำการกรมป่าไม้แห่งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่
- 2440 — พระยาศรีสหเทพ (เส็ง วิริยะศิริ) เจรจาขอโอนสิทธิ์ป่าไม้สักเป็นสมบัติของแผ่นดินได้สำเร็จ โดยแบ่งค่าตอครึ่งหนึ่งให้เจ้านายฝ่ายเหนือ
- 2441 — ใช้พระราชบัญญัติป้องกันการลักลอบตีตราไม้ พ.ศ. 2441
- 2449 — เริ่มกานไม้สักเองแทนการให้บริษัทรับสัมปทาน ทำไม้ชาวต่างประเทศเลือกกานไม้ได้เอง โดยมีพระยาดรุพันพิทักษ์ (สนิท พุกกะมาน) เป็นหัวหน้ากองกานไม้คนแรกที่จังหวัดลำปาง — มีการปลูกสร้างสวนสักเป็นครั้งแรกในจังหวัดแพร่แบบอาศัยชาวไร่ (Taungya Plantation) มีพระยาวนพฤกษ์พิจารณ์ (ทองคำ เศวตศิลา) เป็นผู้ดำเนินงาน
- 2455 — เปลี่ยนแปลงรอบตัดฟันจาก 12 ปีเป็น 30 ปี (ภาคเปิด 15 ปี ภาคปิด 15 ปี) เปลี่ยนการจัดเก็บค่าตอไม้จากรูปีมาเป็นเงินบาทไทย โดยกำหนดค่าตอไม้สักต้นละ 12 บาท — กำหนดขนาดจำกัดไม้สักที่เลือกสับกานไว้ไม่ต่ำกว่า 6 ฟุต 4.5 นิ้ว มีการบำรุงต้นสักด้วยการตัดเถาวัลย์ และการขยายพันธุ์ไม้สักด้วยเมล็ดที่จังหวัดลำพูน — รัฐบาลเริ่มทำไม้สักเองเป็นครั้งแรกที่ป่าแม่แฮด จังหวัดแพร่ เพื่อฝึกหัดพนักงานป่าไม้ไทย
- 2458 — มีการตราพระราชบัญญัติรักษาป่า พ.ศ. 2456 ขึ้นใช้บังคับ กำหนดไม้หวงห้าม 10 ชนิด ได้แก่ ยาง ตะแบก เต็ง รัง ตะเคียน พะยอม กว้าว แดง สวองและประดู่
- 2464 — รายงานกิจการกรมป่าไม้ด้วยภาษาอังกฤษเป็นการเผยแพร่กิจการของกรมป่าไม้เป็นครั้งแรก — ตั้งโรงเรียนสอนวิชาการป่าไม้ที่แผนกยันตรศึกษา โรงเรียนข้าราชการพลเรือน
- 2465 — โปรดเกล้าฯ โอนกรมป่าไม้จากกระทรวงมหาดไทยไปสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ
ภาคที่ 2 กรมป่าไม้ยุคสืบสาน การพัฒนากิจการต่อเนื่อง
- 2467 — กระทรวงเกษตราธิการวางระเบียบการเจาะเผาเอาชันจากต้นตะเคียนชันตาแมว ทำข้อตกลงกับกรมทะเบียนที่ดินว่าการขอจับจองที่ดินหรือการขอรับโฉนด ให้เจ้าพนักงานที่ดินส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานป่าไม้พิจารณาเสียก่อน
- 2470 — โอนสัมปทานป่าแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ให้บริษัท อี้สต์เอเชียติ๊กฝรั่งเศส กรมป่าไม้ถอนกำลังมาทำไม้ที่ป่าแม่ต้า-เมืองลอง จังหวัดแพร่ ขยายการทำไม้กระยาเลยที่ป่าหนองเต็ง-จักราช จังหวัดนครราชสีมา — โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระยาครุพันพิทักษ์ (สนิท พุกกะมาน) เป็นอธิบดีกรมป่าไม้คนที่ 4 ประกาศตั้งป่าไม้ภาคมณฑลปัตตานี เปลี่ยนการเก็บค่าตอและภาษีไม้มาเป็นการเก็บค่าภาคหลวงหน่วยลูกบาศก์เมตร
- 2475 — กรมป่าไม้โอนกลับไปสังกัดกระทรวงมหาดไทยอีกเป็นครั้งที่สอง
- 2476 — โอนกรมป่าไม้ไปสังกัดกระทรวงเศรษฐการ
- 2477 — กรมป่าไม้โอนกลับไปสังกัดกระทรวงเกษตราธิการอีกเป็นครั้งที่สอง
- 2478 — คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนสอบคัดเลือก ได้พระยาพนานุจร (เปล่ง สาครบุตร) เป็นอธิบดีกรมป่าไม้คนที่ 5 (คนไทยคนที่ 2) กรมป่าไม้แบ่งส่วนราชการใหม่โดยเปลี่ยนกองทำไม้เป็นกองคุ้มครอง กองกานไม้เป็นกองบำรุง ตั้งกองค้นคว้าของป่าและกองโรงเรียนป่าไม้ขึ้นมา — จัดทำวารสาร “วนสาร” ราย 3 เดือนเป็นครั้งแรก มีพระยาอนุวัตน์วนรักษ์ (ซุนหว้า สุทธิสุวรรณ) เป็นบรรณาธิการคนแรก
- 2480 — กรมป่าไม้เปิดเจรจากับผู้รับสัมปทานชาวต่างประเทศ ได้ผลว่ารัฐบาลจะทำป่าไม้สักเองร้อยละ 50 อีกร้อยละ 50 ให้แก่ผู้รับสัมปทานชาวต่างประเทศรายเดิม นักเรียนโรงเรียนป่าไม้แพร่รุ่นแรกสำเร็จการศึกษา 25 คน — สภาผู้แทนราษฎรผ่านพระราชบัญญัติออกใช้ 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติควบคุมยางสน และพระราชบัญญัติควบคุมต้นตะเคียนชันตาแมว
- 2481 — สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ. 2481 ออกบังคับใช้
- 2483 — รวมกิจการโรงเรียนวนศาสตร์จังหวัดแพร่เป็นคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปี — วันที่ 2 พฤศจิกายน 2483 กรมป่าไม้ประกาศงดใช้พิกัด วา กำ ในการจำหน่ายไม้ เปลี่ยนมาใช้มาตราเมตริกแทน
- 2484 — ออกใช้บังคับรัฐบาลเข้ายึดสัมปทานทำไม้สักของบริษัทชาติตะวันตกทั้งหมด ตั้งเป็นบริษัทไม้ไทยจำกัด — สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ. 2484 ออกบังคับใช้
- 2487 — เปลี่ยน “ป่าไม้ภาค” เป็น “ป่าไม้เขต” เริ่มดำเนินการสวนพฤกษศาสตร์พุแค จังหวัดสระบุรี — คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี (5 ปี) ขึ้นเป็นปีแรก
- 2489 — รัฐบาลไทยส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่บริษัททำไม้สักชาติตะวันตกทั้ง 4 บริษัท รัฐบาลมีความจำเป็นต้องทำป่าไม้สักเสียเองจึงยุติการให้สัมปทานแก่ชาวต่างประเทศ — กรมป่าไม้เลือกกานไม้สักชดเชยให้เพื่อเหตุผลในการพัฒนาประเทศหลังสงคราม
- 2490 — วันที่ 31 มกราคม 2490 รัฐบาลจัดตั้งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โอนกิจการกองทำไม้ กิจการทำยางสน กิจการยาง และโรงเลื่อยเกษตร 1 และ 2 ไปจากกรมป่าไม้
- 2495 — Mr. G. N. Danhoff ผู้เชี่ยวชาญชาวเนเธอร์แลนด์ เสนอให้สงวนป่าไว้ร้อยละ 40 ของเนื้อที่ประเทศ
- 2497 — ยุบเลิกป่าไม้เขตเดิมและจัดตั้งเป็นป่าไม้เขต 21 เขต จัดตั้งป่าไม้แขวง (Forest Rangers) 898 แขวง มีการทดลองปลูกไม้เมืองหนาวที่สถานีวนกรรมดอยสุเทพเพื่อให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่น
- 2498 — ยุติการให้สัมปทานป่าไม้สักแก่ชาวต่างประเทศทั้งหมด มอบให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้และคนไทยเข้าดำเนินการ ประชาสัมพันธ์กิจการป่าไม้โดยจัดสร้างภาพยนตร์เรื่อง “กังวานไพร” เป็นครั้งแรก
- 2499 — วางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการกรมป่าไม้ ริมถนนพหลโยธิน กม. 15 (เนื้อที่ 61 ไร่ 2 งาน 71 ตารางวา) Dr. Ing Frits Loetsch ชาวเยอรมัน มาช่วยงานสำรวจทรัพยากรป่าไม้
- 2501 — กรมป่าไม้เลิกเช่าวังพระองค์เจ้าศุภโยคเกษม (วังแดง) ถนนบริพัตร อำเภอป้อมปราบ ย้ายวิทยาลัยวนศาสตร์ จังหวัดแพร่ไปรวมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่อำเภอบางเขน กรมป่าไม้รื้อฟื้นการสอนวิชาป่าไม้ที่โรงเรียนป่าไม้แพร่ขึ้นอีก — วันที่ 9 ตุลาคม 2501 นายเฉลิม ศิริวรรณ รักษาราชการอธิบดีกรมป่าไม้ต่อจากนายคิด สุวรรณสุทธิ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ พิธีเปิดอาคารที่ทำการกรมป่าไม้ (ปัจจุบันคืออาคารเทียมคมกฤส)
- 2503 — แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนดให้สงวนป่าไม้ไว้เป็นสมบัติของชาติเนื้อที่ 156 ล้านไร่ — ระงับการให้สัมปทานทำไม้สัก มอบการทำไม้สักให้แก่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้รายเดียว บริษัทป่าไม้ร่วมทุนจำกัดเลิกกิจการไป
- 2507 — วันที่ 28 เมษายน ประกาศใช้พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
- 2510 — วันที่ 28 มี.ค. – 2 เม.ย. ประชุมวิชาการป่าไม้ครั้งแรก ยุบด่านป่าไม้กาโด เมืองมะละแหม่ง ชักลากไม้มาฝั่งไทยทางอำเภอแม่สอดและอำเภอแม่สะเรียง
- 2523 — ตั้งสายตรวจพิเศษทางอากาศร่วมกับภาคพื้นดิน เพื่อปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เริ่มปลูกบำรุงพันธุ์ไม้สนที่ดอยบ่อหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ปลูกสร้างสวนป่าเอกชนป่าเขาบางแกรกทุ่งโพธิ์ และสวนป่าลาดกระทิง ตั้งศูนย์เพาะชำกล้าไม้แห่งแรกที่จังหวัดลำปาง
- 2525 — จัดอบรมอาสาสมัครป้องกันรักษาป่าครั้งแรก เพื่อแก้ไขปัญหาลักลอบตัดไม้ทำลายป่าโดยประชาชนมีส่วนร่วม
- 2528 — แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติขึ้นเป็นคณะแรก
- 2530 — ช่วยเหลือราษฎร ให้สิทธิทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามแนวพระราชดำริรัชกาลที่ 9
- 2532 — จัดตั้งหมู่บ้านป่าไม้ อพยพราษฎรออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
- 2535 — ประกาศใช้พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535
- 2539 — สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ครบรอบ 100 ปีวันสถาปนากรมป่าไม้ — เริ่มโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสครองราชย์ปีที่ 50 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานธง “พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” ให้แก่อาสาสมัครพิทักษ์ป่า (อสทป.)
- 2545 — ปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งกรมป่าไม้ออกเป็น 3 กรม ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
- 2556 — จัดที่ดินและส่งเสริมอาชีพป่าไม้โดยออกเอกสารสิทธิ์ทำกิน (สทก.) ให้ประชาชนที่อยู่ในป่ามาก่อนมีสิทธิ์ถือครองพื้นที่ป่าไม้
ภาคที่ 3 กรมป่าไม้ยุคสมัยปัจจุบัน และก้าวสู่อนาคต
- 2557 — จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ “พยัคฆ์ไพร” — จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) — คำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่องการปราบปราม และหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ — คำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 เรื่องเพิ่มหน่วยงานสำหรับป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ — จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
- 2558 — ประกาศใช้พระราชบัญญัติสวนป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558
- 2559 — ประกาศใช้พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559
- 2560 — จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ
- 2561 — มติ ครม. 26 พ.ย. 2561 เรื่องพื้นที่เป้าหมาย และกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าไม้ (ทุกประเภท)
- 2562 — จัดตั้งสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้ สำนักการป่าไม้ต่างประเทศ และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร — ประกาศใช้พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2562 (ยกเลิกไม้หวงห้ามในที่ดินกรรมสิทธิ์) — ประกาศใช้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 — ประกาศใช้พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 — ครม. เห็นชอบนโยบายป่าไม้แห่งชาติฉบับใหม่
